ท่องเที่ยว

ประเทศอังกฤษ

มาทำความรู้จักประเทศอังกฤษกันก่อน

ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร หรือเรียกอีกชื่ออย่างเป็นทางการว่า “United Kingdom”จะว่าไปแล้วคนส่วนใหญ่มักสงสัยและเข้าใจผิดว่า United Kingdom คือประเทศอังกฤษ แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น United Kingdom ถูกแบ่งออกเป็น 2 เกาะใหญ่ คือ Great Britain นั่นก็คือการรวม 3 ประเทศเข้าไว้ด้วยกัน คือ อังกฤษ เวลส์ และสก๊อตแลนด์ ส่วนอีกเกาะก็คือเกาะไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศไอร์แลนด์เหนือนั่นเอง

ประเทศอังกฤษ มีเมืองหลวงที่ชื่อว่า ลอนดอน ซึ่งเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแวะเวียนและเข้ามาอยู่อาศัยกันมากมาย เนื่องจากเป็นเมืองที่สวยงาม และมีความเจริญด้านวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน

ส่วนสภาพอากาศนั้น ก็มี 4 ฤดูกาล ประกอบไปด้วย

  1. ฤดูร้อน นับตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน จนถึงเดือนสิงหาคม อากาศก็จะอบอุ่นและมีแสงแดดจัด
  2. ฤดูใบไม้ร่วง นับตั้งแต่เดือน กันยายน จนถึงเดือนพฤศจิกายน อากาศจะเย็นสบาย 
  3. ฤดูหนาว นับตั้งแต่เดือน ธันวาคม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวมาก มีหิมะตกและจะมืดเร็วกว่าปรกติ
  4. ฤดูใบไม้ผลิ นับตั้งแต่เดือน มีนาคม จนถึงเดือนพฤษภาคม อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งจะมีทั้ง หนาวเย็น อบอุ่นแสงแดดจัด สลับไปมา ซึ่งบางทีก็จะมีฝนด้วย

ภาษาที่ใช้นั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ นั่นก็คืออังกฤษ และสกุลเงินคือมีหน่วยเป็น ปอนด์ ส่วนไฟฟ้า ก็ 240 V. ทั่วไป แต่อย่าลืมนะ ว่าส่วนใหญ่ปลั๊กของต่างประเทศมักจะเป็นปลั๊กไฟแบบ 3 ขา ดังนั้น นักท่องเที่ยวอย่างเราควรจะมี Adapter ติดไปด้วย

โดยการแบ่งพื้นที่ของประเทศนั้น จะแบ่งออกเป็น 9 ภูมิภาค ซึ่งจะมี ดังนี้

  1. Greater London ซึ่งถือว่าเป็นเขตเมืองหลวง
  2. North East England ตะวันออกเฉียงเหนือ
  3. North West England ซึ่งมีพื้นที่ติดกันกับประเทศสก๊อตแลนด์
  4. Yorkshire and the Humber เป็นพื้นที่ชุมชนสมัยโบราณ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน
  5. East Midlands ครอบคลุมฝั่งตะวันออก
  6. East of England ถูกตั้งเป็นเขตภูมิภาคตอนปี 1999
  7. South East England ครอบคลุมฝั่งตะวันตกและทางใต้ของอังกฤษ
  8. South West England ถือเป็นภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุด อยู่ทางตอนใต้ ซึ่งมีพื้นที่บางส่วนติดกับประเทศเวลส์
  9. West Midland ครอบคลุมทางตอนกลางและทางตะวันตกของประเทศ

เป็นไงกันบ้าง ต้องบอกว่าประเทศอังกฤษแบ่งภูมิภาคกันค่อนข้างละเอียดทีเดียว เห็นแบ่งกันขนาดนี้แล้ว หลายคนอาจไม่รู้ว่าประเทศอังกฤษนั้น มีพื้นที่เล็กกว่าประเทศไทยเสียอีก และมีประชากรรวมกันอยู่ที่ 56 ล้านคนโดยประมาณ (ข้อมูลเมื่อปี 61 อ้างอิงจาก ผลสำรวจจากโอเอ็นเอส สหราชอาณาจักร) คราวนี้หลายๆ คนอาจมีคำถามว่า “แล้วอังกฤษมีอะไรน่าเที่ยว”  ดังนั้น คราวหน้า เราจะไปเจาะลึกกันแบบที่เรียกว่า เที่ยวแบบ Deep ของอังกฤษกันเลยดีกว่า…

 

สนับสนุนเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้โดย เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

ท่องเที่ยว

เที่ยว Nippori นิปโปริหรือนิปโปคาจิ ดินแดนสวรรค์สำหรับคนรักผ้า

เมืองนิปโปริ เรียกอีกชื่อให้เก๋ๆหน่อยก็เมือง Textile Town เมืองสวรรค์แห่งคนรักผ้า

รักงานเย็บปักทักร้อย หรือเรียกแบบเข้าใจง่ายๆก็คือพาหุรัดฉบับเจแปนสไตล์นั่นเอง ที่นี่เป็นย่านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ยุค ค.ศ.1910 คนญี่ปุ่นเรียกว่าจุคไทโชตอนต้น ย่านนี้มีร้านขายผ้ามากมายเป็นร้อยๆร้าน หากคุณเป็นคนชอบและรักในการเย็บปักทักร้อย งานฝีมือ DIY แล้วล่ะก็ไม่ควรพลาด ผ้าที่นี่มีขายก็ครบครัน

สารพัดรูปแบบ ผ้าทุกชนิดทั้งผ้าดิบ ผ้าหนัง ผ้าลูกไม้ ผ้ายีนส์ ผ้าลวดลายต่างๆ มีทุกผ้าทุกสไตล์ รวมไปถึงอุปกรณ์ตัดเย็บ อุปกรณ์งานฝีมือต่างๆ และเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็มีให้เลือกเช่นกัน

Tomato จะเป็นร้านขายผ้าที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดในย่านนิปโปริแห่งนี้ เป็นร้านขายผ้าที่มีถึง 5 ชั้น

ก็ลองนึกเอาว่าแต่ละชั้นจะมีผ้าเยอะขนาดไหน และราคาก็แพงด้วย เริ่มต้นเพียง 100 เยนเท่านั้น ตัวร้านมีขนาดใหญ่ฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะหาไม่เจอ ต้องกังวลว่าจะหลงเข้าไปแล้วออกมาไม่ได้มากกว่า

Okuyama เป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าสนใจ

เพราะเป็นร้านเสื้อผ้าสไตล์เจแปนแท้ๆโดยเฉพาะ และยังรับออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าสำหรับงานแสดงต่างๆด้วย เช่น งานเลี้ยง งานร้องเพลง หรือหากท่านชอบคอสเพลย์ ร้านนี้ก็ตัดให้ได้เช่นกัน เรียกว่าได้ตามสั่งกันเลยทีเดียว และตรงหน้าร้านก็ยังนำผ้าลายสวยๆมากมายมาวางขายด้วย

Heiwado Lemon ร้านเสื้อผ้าเด็กที่น่ารักมากๆ

มีแบบให้เลือกเยอะจนเหมือนเป็นโรงงานย่อยๆ มีครบเสื้อ กระโปรง กางเกง เดรส มีตั้งแต่เด็กอ่อนตัวน้อยๆ จนถึงเด็กโต 10 ขวบขึ้นไป เรียกว่าครบสูตรกันเลย ดีไซน์ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ลายการ์ตูน แบ้วๆเพียงอย่างเดียว แต่มีลายแฟชั่น สวยงามไม่แพ้ของผู้ใหญ่เลย ที่สำคัญแต่ละตัวมีป้ายระบุชัดเจนว่าเหมาะกับเด็กอายุเท่าไหร่ด้วย ราคาก็ไม่แรง คุ้มจริงๆ

นอกจากแหล่งตลาดผ้าแล้ว ยังมีอีกหนึ่ง unseen คือ Fujimizaka ฟูจิมิซากะ เป็นทางลาดเก่าแก่ของกรุงโตเกียวที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ ซึ่งปัจจุบันมีไม่กี่ที่ในกรุงโตเกียวที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อมาตั้งแต่สมัยเอโดะ