ดวงความรัก

ดูดวงเนื้อคู่ ตามธาตุราศีเกิด

ทำนายรักทำนายเนื้อคู่จากธาตุตามราศีเกิด และธาตุที่จะพูดถึงในที่นี้ประกอบด้วยทั้งหมด 4 ธาตุคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งทั้งสี่ธาตุนี้ประกอบขึ้นเป็นร่างกายของเราทุก ๆ คน เช่น คนเกิดราศีธาตุไฟก็จะมีทักษะด้านกีฬา ส่วนธาตุดินก็จะมีงานอดิเรกที่สร้างสรรค์ เป็นต้น ซึ่งนิสัยที่โดดเด่นเหล่านี้แหละ ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับการเลือกคู่ครองของแต่ละคนด้วย เอาเป็นว่ามาดูกันก่อนดีกว่า ว่าแต่ละธาตุนั้นเหมาะสมกับการเลือกคู่ครองแบบไหน แล้วสถานที่ไหนบ้างที่จะทำให้เจอคู่แท้ที่ใช่สำหรับคุณ ธาตุไฟ ธาตุไฟเป็นธาตุของผู้ที่เกิดราศีเมษ (13 เม.ย.-13 พ.ค.), ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.) และราศีธนู (16 ธ.ค.-13 ม.ค.) ธาตุไฟแสดงถึงความมีพลังและความกระตือรือร้น ซึ่งคนธาตุไฟจะเป็นคนที่กระวนกระวายใจบ่อย ๆ และต้องการหาที่ระบายพลังออก จึงไม่น่าแปลกใจว่าคนที่เกิดในราศีธาตุไฟจะชอบไปเข้ายิมหรือเข้าร่วมในทีมกีฬาต่าง ๆ เพื่อมองหาคู่แท้ที่จะมาอยู่เคียงข้างกัน นอกจากนี้คนธาตุไฟยังชอบการแข่งขันมากและเป็นคนตัดสินใจเร็ว ซึ่งการมองหาคู่แท้ควรจะไปในที่ ๆ ผู้คนสามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างอิสระและไม่ใช่ที่ที่ดูแล้วน่าอึดอัด ธาตุดิน ธาตุดินเป็นธาตุของผู้ที่เกิดราศีพฤษภ (14 พ.ค.-13 มิ.ย.), ราศีกันย์ (17 ก.ย.-16 ต.ค.) และราศีมังกร (14 ม.ค.-12 ก.พ.) คนที่เกิดในราศีธาตุดินเป็นผู้ที่มีความมั่นคงหนักแน่น ชอบออกไปพบปะผู้คน และชอบทำงานอดิเรกที่เกิดประโยชน์ เช่น ทำเบเกอรี่ งานไม้ ถักไหมพรม และงานปั้นต่าง ๆ ซึ่งถ้าอยากหาคน ๆ หนึ่งที่จะคอยแชร์เรื่องที่ชอบเหมือนกันได้ ก็ลองไปสมัครคอร์สเรียนสิ่งที่ชอบทำเป็นงานอดิเรกสักคอร์สสิ หรืออาจจะไปหาคนที่คุยกันถูกใจได้ตามกลุ่มคนชอบการจัดสวนหรือรักสิ่งแวดล้อม ธาตุลม ธาตุลมเป็นธาตุของผู้ที่เกิดในราศีเมถุน (14 มิ.ย-14 ก.ค.), ราศีตุลย์ (17 ต.ค.-15 พ.ย.) และราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-13 มี.ค.) ผู้ที่เกิดในราศีธาตุลมเป็นคนฉลาดมีสติปัญหาดี มีเหตุผล รู้จักวิเคราะห์ และชอบอยากรู้อยากเห็น ซึ่งถ้าหากคนที่เกิดราศีนี้จะเลือกคู่ครองสักคน ต้องเลือกคนที่คอยให้ความเห็นโต้แย้งได้ดี ฉะนั้นลองไปตามกลุ่มคนรักการอ่านหนังสือ กลุ่มคนรักการเขียน ชมรมโต้วาที ห้องสมุด ร้านหนังสือ หรือองค์กรทางการเมืองต่าง ๆ ดูสิ คุณอาจจะเจอคู่แท้ที่เข้ากันได้ดีก็ได้ ธาตุน้ำ ธาตุน้ำเป็นธาตุของผู้ที่เกิดในราศีกรกฎ (15 ก.ค.-16 ส.ค.), ราศีพิจิก (16 พ.ย.-15 ธ.ค.) และราศีมีน (14 มี.ค.-12 เม.ย.) ผู้ที่เกิดในราศีธาตุน้ำเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีสัญชาตญาณ และเป็นผู้ให้น้ำหนักคนที่การกระทำมากกว่าคำพูด ซึ่งคนที่คุณจะเลือกมาเป็นคู่ครองนั้นต้องเป็นผู้ที่มีใจรักศิลปะ โดยจะพบคู่ครองที่ถูกใจได้ตาม งานคอนเสิร์ต งานภาพยนตร์ หรือพิพิธภัณฑ์ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ดวงเนื้อคู่ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากแม่นหรือเปล่าเอ่ย อย่างไรก็ตามก็ขอให้สาว ๆ ได้เจอคนที่ใช่และคนที่ถูกใจกันทุก ๆ คนเลยเนอะ

รายการอื่นๆ, เคล็ดลับน่ารู้

หลักการตั้งศาลตี่จู่เอี๊ยในบ้าน พร้อมวิธีการไหว้บูชาอย่างถูกต้อง

ตี่จู่เอี๊ย เทพเจ้าประจำบ้านที่ขาวจีนเคารพนับถือกันมาอย่างยาวนาน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลในชีวิต พร้อมวิธีการตั้งศาลตี่จู่เอี๊ยและไหว้บูชาอย่างถูกต้อง

เพราะวัฒนธรรมจีนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ดังนั้นเราจึงมีโอกาสได้เห็นการทำพิธีและสักการะบูชาเจ้าที่และเทพเจ้าอยู่บ่อย ๆ ซึ่งการตั้งศาล “ตี่จู่เอี๊ย” ก็เป็นหนึ่งในวัตนธรรมของคนจีนในไทยที่ปฏิบัติสือต่อกันมาอย่างยาวนาน เพราะเชื่อว่าเทพตี่จู่เอี๊ยจะช่วยปกป้องคุ้มครอง เสริมโชคลาภและสร้างความเป็นสิริมงคลให้ตนเองและคนในครอบครัวนั่นเอง แต่ก่อนที่จะตั้งศาลตี่จู่เอี๊ยได้นั้น กระปุกดอทคอมมีความรู้และประวัติความเป็นมา รวมถึงการวางศาลในบ้านและการไหว้ที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ

ประวัติการตั้งศาลตี่จู่เอี๊ย

“ตี่จู่เอี๊ย” คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยดูแล ปกป้อง คุ้มครองบ้านและคนในบ้าน เป็นเทพเจ้าองค์ที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์มากที่สุด ซึ่งการตั้งศาลตี่จู้เอียะหรือศาลเจ้าจีนนี้ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษคนจีนกลุ่มรุ่นแรก ๆ ที่เข้ามาในไทย ชาวจีนในยุคนั้นต้องการจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับเทพเจ้าที่คอยปกป้องคุ้มครองมนุษย์ จึงได้มีการนำกระดาษแดงมาเขียนด้วยหมึกสีดำเป็นอักษรภาษาจีนว่า “ตีจู่ซิ่งอุ่ย” หมายถึง ที่สถิตของเทพเจ้า เพื่อให้เป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าและสื่อว่าบ้านหลังนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูแลอยู่ แต่เมื่อยุคสมัยเริ่มเปลี่ยนไป รูปการตั้งตี่จู่เอี๊ยจึงมีการเปลี่ยนแปรง จากกระดาษกลายเป็นกระจกพิมพ์สี และพัฒนามาเป็นการตั้ง “ศาลตี่จู่เอี๊ย” อย่างในปัจจุบัน

หากบ้านไหนทำการจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับเทพเจ้าที่คอยปกป้องคุ้มครอง ก็จะมีแต่สิ่งดี ๆ ที่เป็นมงคลสุขเข้ามาในบ้าน ยิ่งถ้าตั้งศาลตี่จู่เอี๊ยได้ถูกหลักฮวงจุ้ยแล้วล่ะก็ จะยิ่งเพิ่มพูนโชคลาภ ร่ำรวยเงินทอง มีอำนาจบารมี และเสริมดวงชะตาด้านต่าง ๆ ในชีวิตให้เป็นไปในทางที่ดีตามที่ตำราจีนว่าไว้

ลักษณะและความหมายที่อยู่ภายในศาลตี่จู่เอี๊ย

  1. คำว่า “ตี่จู่เอี๊ย” แปลว่า เทพเจ้าแห่งธาตุดิน
  2. ป้ายบนหน้าศาลมี 2 แบบ

– “กิมเง็กป๋อตึ้ง” แปลว่า เงินทองไหลมาเต็มฟ้า และเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

– “จูป๋อตึ้ง” แปลว่า สถานที่รวบรวมเงินทองมากมาย

  1. อักษารเดี่ยว 2 ตัวที่อยู่ระหว่าง 3 แถวอักษร (ตง ไท)

– หากอ่านตามเสียงไทยจะได้ว่า “ไทแทนฮวง” และคำว่า “ตงแทนตึ้ง” แปลว่า คนจีนที่มาปักหลักในประเทศไทย

  1. อักษรจีนแถวกลางตัวใหญ่ ที่อ่านจากข้างบนลงข้างล่าง

– “ตี่ จู้ ซิ้ง อุ่ย” แปลว่า สถานที่สถิตของเทพเจ้าและสถานที่สถิตของเจ้าที่

  1. คำอวยพรเป็นอักษรเรียงทั้ง 2 ข้าง ทั้งซ้ายและขวา

– ด้านซ้ายคือ “ซี่ ฮึง กิม งิ้ง จิง” แปลว่า ขอให้เงินทองไหลมาเทมาจากทั้ง 4 ทิศ

– ด้านขวาคือ “โหงว โหล่ว ไช้ ป๋อ ไล้” แปลว่า ครบถ้วนธาตุทั้ง 5 และโชคลาภเงินทองให้มาหา

  1. เสาอักษรมงคล

– เสาด้านซ้ายคือ “กิม งิ้ง ช่วง ตี่ ที” แปลว่า เงินทองให้อยู่แต่ในที่

– เสาด้านขวาคือ “ฮก ลก จู เทียน ไล้” แปลว่า ลาภรวยไหลมาจากฟ้า

  1. ฐานของศาลตี่จู่เอี๊ย มีหลายแบบและมีความหมายแตกต่างกันดังนี้

– ฐานมังกร หมายถึง ความน่าเกรงขาม ช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและช่วยควบคุมการปกครองคนในบ้าน

– ฐานโหงวก้วย (ผลไม้มงคลทั้ง 5 ชนิด) หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์มากมาย กินเท่าไรก็ไม่หมด

– ฐานอักษรมงคล 5 ตัว (เจียว ใช้ จิ๊ง ป้อ) หมายถึง โชคลาภ เงินทอง และทรัพย์สมบัติจะไหลมาเทมา

  1. สัตว์มงคลในศาล มีดังนี้

– หลังคามังกร ม่านมังกร เสามังกร และฐานมังกร หมายถึง ความเป็นสิริมงคลที่ดีที่สุด ทรงอำนาจบารมี ยิ่งใหญ่ มั่นคง และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

– มุมหลังคาหงส์มงคลด้านหลัง หมายถึง ความสง่างาม อ่อนหวาน สุภาพเป็นผู้ดี

– ประตูชัยปลาหลีฮื้อ หมายถึง การประสบความสำเร็จ

– มุมหลังคาปลาหลีฮื้อ หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่ง และมั่นคง

– รั้วกิเลนคู่ด้านหน้า หมายถึง เมตตาปราณี จิตใจดี หากเป็นคนจิตใจดี กิเลนจะช่วยเหลือ แต่ถ้าเป็นคนจิตใจชั่วร้าย กิเลนไม่ตอบรับ อีกทั้งกิเลนช่วยสลายพลังปราณชี่พิฆาต และเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้