ท่องเที่ยว

ชายหาดที่เต็มไปด้วยเสาหินรูปทรงเลขาคณิต

 

ที่ประเทศไอส์เเลนเหมือนมีสถานที่ขึ้นชื่อเเห่งหนึ่งมีชื่อว่าไจเเอนท์สคอสเวย์หรือในชื่อทางเดินยักษ์  (Giant’s causeway) สถานที่นี้ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งเเอนทริม (Antrim) เมืองบุชมิลส์ (Bushmills) ในประเทศไอเเลนด์เหนือ (Northern Ireland) ชายฝั่งเเห่งนี้มีสิ่งที่เเปลกประหลาดกว่าที่อื่น

นั้นคือเเท่งหินมากมายที่เรียงรายกันเป็นทิวเเถวอย่างเป็นระเบียบลดหลันเป็นขั้นบันได เเท่งหินที่ไจเเอนท์คอสเวย์ มีรูปทรงสี่เหลี่ยมบ้าง หกเหลี่ยม เเละอีกหลายรูปทรงเเต่น่าเเปลกใจ เเทงหินต่างจะมีขนาดที่ไล่เลี่ยกัน เเละเรียงกันสูงต่ำกันอย่างเป็นระเบียบสวยงาม

 

ไจเเอนท์สคอสเวย์เเห่งนี้มีเรื่องเล่าขานกันมายาวนานซึ่งเป็นความเชื่อของชาวไอส์เเลนด์เหนือเกี่ยวกับเสาหินต่างๆนี้ว่าเกิดจาก ยักษ์ในตำนานของไอส์เเลนด์ที่ชื่อฟินน์ เเม็กคูล ได้ทำดารสร้างเสาหินเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อเป็นทางเดินสำหรับข้ามมหาสมุทรเเอตเเลนติก เพื่อที่จะข้ามจากฝั่งเเอนทริมไปยังหมู่เกาะเฮบริดิส ที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของยักษ์สกอต ที่ชื่อฟินน์ กอลล์ ที่เป็นศัตรูของตน ยักษ์ฟินน์ เเม็คคูลจึงไเทำการรวบรวมเเท่งหินหลายหมื่นต้นเเล้ว

ตอกลงสู่พื้นมหาสมุทรเเอตเเลนด์ติก จนเป็นทางเดินไปถึงอีกฝั่ง ก่อนที่จะเข้าโจมตี ยักษ์ฟินน์กอลล์  ตัวยักษ์เเม็คคูลได้กลับมาเพื่อพักก่อนที่จะทำการโจมตี เเต่ทางด้านยักษฟินน์ กอลล์ฉวยโอกาศข้ามมาก่อนเพื่อจะมารอบโจมตี เมื่อมาถึง กลับได้พบกับภรรยาของยักษ์เเม็คคูลซึ้งกำลังหลับอยู่ ภรรยาของยักษ์เเม็คคูลได้ใช้กลอุบายหลอกให้ยักษ์ฟินน์ กอลล์เชื่อว่าง ที่ยักษ์ที่กำลังหลับอยู่นั่นเป็นลูกอ่อนของตน ยักษ์ฟินน์ กอลล์หลงเชื่อจนคิดไปว่าขนาดลูกอ่อนยังใหญ่ขนาดนี้ เเล้วพ่อจะใหญ่ขนาดไหนจนทำให้รู้สึกกลัวจนต้องหนีกลับ ขณะที่กลับยักษ์ฟินน์ กอลล์จึงทำการถอนเสาหินระหว่างทางเพื่อไม่ให้ยักษ์เเม็คคูลตามตนมาได้

 

ไจเเอนท์สคอสเวย์ถูกขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกในปี ค.ศ. 1986 เเละได้จัดว่าเป็นเขตอนุรักษ์เเห่งชาติ ในปี ค.ศ.1987 โดยกรมสิ่งเเวดล้อมของไอส์เเลนเหนือ ชายฝั่งไจเเอนท์สคอสเวย์ จริงๆเเล้วเกิดจากลาวาที่เย็นตัวของภูเขาไฟ เมื่อประมาณ 5หมื่นถึง6หมื่นปีที่เเล้ว จนกลายเป็นพื้นที่ที่มีเสาหินทรงเลขาคณิตเกิดขึ้นมากมายกว่า4หมื่นต้นเชื่อมกันเป็นเเนวยาวถึงประมาณ 3กิโลเมตรด้วยกัน มีการคาดว่าที่ทำให้หินเหล่านี้เกิดการจับตัวกันเป็นเสาที่มีรูปรางสม่ำเสมอกัน เป็นเพราะลาวาที่เย็นตัวจนเกิดการหดตัว มีความส่ำเสมอกระจายออกไปเท่าๆกันทั่วทั้งพื้นผิวจึงทำให้การร้าวของพื้นผิวกลายเป็นรูปทรงเลขาคณิตต่างๆ ในปัจจุบันไจเเอนท์สควสเวย์ ได้รับการดูเเลจากมูลนิธิอนุรักษ์ธรรมชาติ เนชั่นเเนลทรัสต์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของไอส์เเลนด์เหนือ

 

สนับสนุนโดย  gclub