ผลที่เกิดขึ้นจากการสำรวจชี้ชาวไทยส่วนใหญ่ คิดแผนซื้อที่อยู่ที่อาศัยในอนาคต จากผลจากการสำรวจความเห็นของลูกค้าที่มีต่อสภาพตลาดที่พักอาศัย ปัจจุบัน
พบว่า คนประเทศไทย 3 ใน 4 ยังคงคิดแผนที่จะซื้อที่พักที่อาศัยในอนาคต โดย 5 เหตุผลที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อบ้าน ได้แก่

– อยากได้พื้นที่ส่วนตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 51%
– ปรารถนาพื้นที่ที่มากขึ้นให้ลูกหรือบิดามารดา 30%
– อยากความสบายสบายมากเพิ่มขึ้น อย่างเช่น ย้ายไปอยู่ใกล้สถานที่สำหรับทำงาน ใกล้สถานที่เรียนลูก 26%
– เพื่อการลงทุน 22%
– ต้องการย้ายไปอยู่ทำเลที่ตั้งใหม่ 19%
ภาพรวมคนไทยอยากมีบ้าน ดังนี้ เหตุผลที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวเยอะขึ้นกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ มากขึ้นจากการสำรวจฯ รอบก่อนหน้าที่อยู่ที่ 44% ใส่รับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่อยู่บ้านกันมากยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาที่อยากได้ความสบายสบายเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น ย้ายไปอยู่ใกล้สถานที่สำหรับทำงาน ใกล้สถานที่เรียนลูก 26% น้อยลงจากรอบก่อนหน้าที่อยู่ที่ 33%
เนื่องด้วยเครือข่ายการติดต่อสื่อสารกระจัดกระจายครอบคลุม ทำให้การเดินทางสบายรวมทั้งรวดเร็วทันใจเพิ่มขึ้น เหมือนกับเพื่อลงทุน 22% ที่มีต่ำลงจากรอบก่อนหน้าอยู่ที่ 27% เนื่องจากว่ากำลังซื้อชะลอตัวตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

เมื่อพิจารณาถึงปัญหาหรือต้นเหตุที่ทำให้ชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่ที่อาศัยออกไป พบว่า ขั้นแรกมาจากราคาบ้านหรือคอนโดที่สูง
รองลงมาเป็น จำนวนเงินดาวน์ที่จำต้องวาง, การกู้ยืมสินเชื่อบ้านได้ไม่เต็ม 100%, การสูญเสียรายได้ในตอนโควิด-19, อัตราค่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืม, ความไม่เที่ยงทางด้านการเมือง รวมทั้งการที่ไม่อาจจะเข้าไปเยี่ยมชมโครงงานได้ด้วยตัวเองในตอนก่อนหน้า
มุมมองชาวไทยต่อการซื้อบ้านมือชั้นยอดแล้วก็บ้านมือสอง ผลที่เกิดขึ้นจากการสำรวจฯ ยังเจาะจงอีกว่า คนซื้อแทบครึ่งหรือ 48%
กำลังมองหาแผนการบ้านมือชั้นยอดและก็บ้านมือสองควบคู่กัน ส่วนอีกเปอร์เซ็นต์ที่เหลือมองหาบ้านมือสองเพียงอย่างเดียว ทั้งยังจากการซื้อต่อจากเจ้าของเดิมรวมทั้งจากการประมูล
โดยชาวไทยพึงพอใจซื้อที่พักที่อาศัยผ่านการประมูลถึง 63% ถ้าหากพินิจพิเคราะห์ตามช่วงอายุพบว่า
– ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความสนใจเยอะที่สุด เพราะจ่ายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อบ้านใหม่ สามารถนำเงินที่เหลือไว้ใช้ยามปลดเกษียณ ทั้งยังเลือกเพื่อนบ้าน ทำเลที่ตั้งรวมทั้งสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รอบ ๆ ได้ก่อนที่จะทำการตัดสินใจ รวมทั้งซื้อแล้วเข้าอยู่ได้ในทันที
– รองลงมาเป็นช่วงอายุ 40-49 ปี
– ช่วงอายุ 30-39 ปี
– ช่วงอายุ 50-59 ปี
– ช่วงอายุ 22-29 ปี
เปอร์เซ็นต์มากน้อยตามลำดับ จะมองเห็นได้ว่ากำลังซื้อจากเรียลดีมานด์ยังมีอยู่ รวมทั้งคนจำนวนมากถึง 75% คิดแผนซื้อที่อยู่ที่อาศัยในอนาคต
โดยผู้ใช้เริ่มสนใจบ้านมือสองเพิ่มมากขึ้น เพราะราคาที่คุ้มรวมทั้งน้อยกว่าราคาตามท้องตลาด แล้วก็เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงความเชื่อมั่นและมั่นใจสำหรับในการใช้สอยและก็กำลังซื้อที่เริ่มกลับมา
ผู้ให้การสนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังฟรี